กรีฑา-กติกาข้อ 2

วิ่ง

กลุ่มอายุ  (Age Group)

กลุ่มอายุต่อไปนี้สามารถใช้กับการแข่งขันของ  IAAF ได้ 

นักกรีฑายุวชนชายและหญิง  :  คือนักกรีฑาที่มีอายุ 16 – 17 ปี โดยนับถึงวันที่ 31 เดือนธันวาคมของปีที่แข่งขัน

นักกรีฑาเยาวชนชายและหญิง :  คือนักกรีฑาที่มีอายุ 18 หรือ 19 ปีโดยนับถึงวันที่ 31 เดือนธันวาคมของปีที่แข่งขัน

นักกรีฑาสูงอายุ  ชาย   :  นักกรีฑาชายอายุ 40 ปีบริบูรณ์

นักกรีฑาสูงอายุหญิง  :  นักกรีฑาหญิงอายุ 35 ปีบริบูรณ์

หมายเหตุ  :  เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันสูงอายุ แนะนำให้ใช้หนังสือคู่มือ IAAF/WAVA ซึ่งผ่านการรับรองจากสภาของ IAAF และ WAVA 

ทีามา : http://sdd.snru.ac.th

กรีฑา-กติกาข้อ 1

วิ่ง

ส่งอำนวยการความสะดวกของสนามวิ่ง(กรีฑา)  (The Athletic Facility)

                สนามที่มีผิวหน้าเรียบเป็นแบบเดียวกันและแข็งแรงมั่นคงตรงตามที่คู่มืออำนวยความสะดวกกรีฑาประเภทลู่และลานของ  IAAF กำหนดจึงจะอนุญาตให้ใช้ได้ การแข่งขันกรีฑาประเภทชนิดลู่และประเภทลานภายใต้กติกาข้อ 12.1 a, b, c, d และการแข่งขันที่ IAAF ดูแลโดยตรงจะต้องใช้สนามที่ผิวลู่ทำด้วยยางสังเคราะห์เท่านั้นและต้องโดยตรงจะต้องผ่านความคิดเห็นรับรองว่าเป็นชั้น 1 จาก IAAF จึงจะอนุญาตให้จัดการแข่งขันได้

เป็นข้อเสนอแนะว่า เมื่อสามารถใช้ลู่ยางสังเคราะห์ได้  การแข่งขันภายใต้กติกาข้อ 12.1 (e), (f), (g), และ (h) ก็ควรที่จะใช้ลู่ยางสังเคราะห์ด้วย

ในทุกรายละเอียดของเอกสารประกอบที่รับรองความถูกต้องของสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งชนิดลู่และชนิดลานตามแบบแผนใต้ระบบการรับรองของ IAAF ซึ่งต้องการให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดในการแข่งขันภายใต้กติกาข้อ 12.1 (a) ถึง (h)

หมายเหตุ  1:    หนังสือคู่มือสิ่งอำนวยความสะดวกกรีฑาชนิดลู่และลานของ IAAF   ซึ่งพิมพ์ในปี 1999 สามารถซื้อได้จากกองเลขาธิการของ IAAF   ในเล่มบรรจุเนื้อหารายละเอียดและคำอธิบายไว้อย่างครอบคลุมครบถ้วน ระบุถึงการวางแผนและการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกของกรีฑาชนิดลู่และลาน รวมทั้งแผนผังการวัดระยะทางและการทำสัญลักษณ์เครื่องหมายต่าง ๆ

หมายเหตุ 2:   แผนผังมาตรฐานที่รับรองแล้วของการวัดระยะสิ่งของอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ สามารถติดต่อขอได้จาก IAAF   และศึกษาได้จากเครือข่าย (Website) ของ IAAF

หมายเหตุ 3:  กติกาข้อนี้ไม่ใช่กับการแข่งขันวิ่งและการแข่งขันเดินที่อยู่ในประเภทถนนและวิ่งข้ามทุ่ง

ทีามา : http://sdd.snru.ac.th

แหล่งที่มาของคำว่า วิ่งมาราธอน

แหล่งที่มาของคำว่า วิ่งมาราธอน

วิ่ง

มนุษย์ได้รู้จักใช้การทักษะกรีฑา คือ  เดิน  วิ่ง   กระโดด   ทุ่ม  พุ่ง  ขว้างมาตั้งแต่สมัยโบราณดึกดำบรรพ์ เพื่อเอาตัวรอดและความอยู่รอดของชีวิตด้วยการล่าสัตว์   รวมถึงป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้าย   ศัตรู และ  ภัยธรรมชาติต่างๆ  เป็นกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจและกลายเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง ใน พ.ศ. 2439  ได้บรรจุกรีฑาเข้าในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่การแข่งขัน ครั้งที่ 1 และได้กำหนดให้กรีฑาเป็นกีฬาหลักๆ ส่วนประวัติกรีฑาในประเทศไทย   เริ่มต้นโดยครูชาวอังกฤษ สอนวิชากรีฑาในตำหนักสวนกุหลาบ  ในปีพ.ศ. 2440  กระทรวงธรรมการเริ่มดำเนินการทางด้านพลศึกษาการให้แข่งขันกรีฑานักเรียนและประชาชนครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 มกราคม  ณ ท้องสนามหลวง โดยมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นองค์ประธาน  ซึ่งถือเป็นประเพณีที่กระทรวงธรรมการจะต้องจัดเป็นประจำ ในปี พ.ศ. 2494 ได้จัดตั้งสมาคมกรีฑาสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ประวัติการวิ่งมาราธอน

ใน ปี 490 ก่อนคริสตกาล เปอร์เซีย ยกกองทัพไปสู้รบกรีก   กรีกจัดทัพไปตั้งรับที่ทุ่งมาราธอน   การรบครั้งนั้นกรีกเป็นฝ่ายชนะ พลทหารสื่อสารชื่อ นายฟีดิพ พีดิส    ได้วิ่งจากสนามรบทุ่งมาราธอนไปมุ่งหน้ากรุงเอเธนส์เมืองหลวงของกรีกเพื่อบอกข่าวชัยชนะ เมื่อเขาได้วิ่งถึงกรุงเอเธนส์ก็ได้ตะโกนบอกชาวเมืองว่า “Rejoice We Conquer เมื่อสิ้นสุดเสียงตะโกนแล้วเขาก็ขาดใจตายเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่นายฟีดิพ พีดิส ผู้ที่วิ่งไกลที่สุดคนแรกในโลกและต้องเสียชีวิตจากการวิ่ง   ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสากลครั้งที่ 1 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก ในปี พ.ศ. 2439 จึงได้บรรจุการแข่งขันวิ่งระยะทาง 42 กิโลเมตร 195 เมตร เท่ากับระยะทางที่นายฟีดิพ พีดิส วิ่ง และได้เสียชีวิตลงอย่างสมเกียรติ  โดยเรียกชื่อการแข่งขันวิ่งนี้ว่า “วิ่งมาราธอน” และการวิ่งมาราธอนก็ได้รับความนิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน